7 เมษายน 2562 เผาป่าลาม‘เมียนมา’ ไหม้แนวถนนเลียบชายแดน จนท.ไทยต้องเฝ้าระวังทั้งคืน

ที่มา: https://www.naewna.com/local/406547

ไฟป่าปะทุหนักฝั่งเมียนมา ตรงข้ามแม่สายจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องเฝ้าระมัดระวังทั้งคืน ในขณะที่เชียงใหม่ยังพบการเผาป่าในพื้นที่เขตอนุรักษ์ และเขตป่าสงวนแห่งชาติต่อเนื่องในขณะที่จุดความร้อนพุ่ง 120 จุด ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้เกิดเหตุไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในฝั่งไทยบริเวณประเทศเมียนมาระหว่างจังหวัดท่าขี้เหล็กและจังหวัดเมืองสาด ตรงกันข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยไฟที่ลุกไหม้อยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบของกองกำลังผาเมืองแนวชายแดน ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย ประมาณ 1 กิโลเมตร ลุกไหม้ป่าและพื้นที่ทางการเกษตรในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นบริเวณกว้างและมีแนวป่าที่เชื่อมต่อมายังฝั่งไทยได้โดยมีถนนเลียบชายแดน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและชุดปฏิบัติการดับไฟป่าได้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมหากลุกลามเข้าฝั่งไทยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นอกจากนี้ไฟยังไหม้ลุกลามป่าบริเวณบางปงถุน จังหวัดท่าขี้เหล็ก ตรงกันข้ามตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่นและตลาดชายแดนโดยมีเนื้อที่ลุกลามประมาณ 40 ไร่และโหมลุกไหม้อย่างหนักทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังกันเตรียมพร้อมโดยทางเทศบาลตำบลแม่สายได้ระดมรถดับเพลิงไว้คอยหากมีการลุกลามข้ามฝั่งมาด้วย กระทั่งกลางดึกไฟได้ลามข้ามฝั่งมาจริงเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันดับไฟอย่างหนักจนควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ก่อนที่ข้ามมายังชุมชนฝั่งไทย กองทัพภาคที่ 3 โดย บก.ควบคุมไฟป่า มณฑลทหารบกที่ 37 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จังหวัดเชียงราย ได้ระดมกำลังทหารร่วมกับชุดปฏิบัติการดับไฟป่าพื้นที่ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า นำโดยนายอำเภอเวียงป่าเป้า เข้าดับไฟบริเวณอุทยานแห่งชาติขุนแจ ติดต่อกันมาแล้วหลายวันล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเครื่องเฮลิคอปเตอร์ MI-17 นำน้ำเข้าโปรยจุดไฟไหม้ในป่าพื้นที่อุทยานเขตตำบลแม่เจดีย์ใหม่ และตำบลแม่เจดีย์กว่า 6 เที่ยว โดยโปรยน้ำลงไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,500 ลิตรทำให้สถานการณ์การเกิดไฟไหม้ป่าบริเวณดังกล่าวเบาบางลง ในส่วนพื้นที่อำเภอพาน นายอำเภอพาน ระดมเจ้าหน้าที่ร่วมดับไฟป่า ณ อ่างห้วยผาตูบ หมู่ 8 ตำบลทานตะวัน อำเภอเวียงแก่น นายอำเภอเวียงแก่น ยังคงจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณดูแลไฟป่าเขตชายแดนไทย-สปป.ลาว พื้นที่ตำบลปอ หลังเกิดไฟไหม้แล้วหลายครั้งและมักเกิดขึ้นซ้ำเพราะลมพัดแรงทำให้ไฟที่ดับไม่สนิทปะทุขึ้นมา ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ยังพบการเผาป่าในพื้นที่เขตอนุรักษ์ และเขตป่าสงวนแห่งชาติต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับไฟ เพื่อลดกลุ่มควัน ทำให้พบจุดความร้อนมากถึง 120 จุด เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ที่มีเพียง 75 จุด กระจายในพื้นที่ 14 อำเภอ พบมากสุดที่อำเภอพร้าว 25 จุด รองลงมาอำเภอเชียงดาว 22 จุด อำเภอแม่แจ่ม 14 จุด และอำเภอแม่แตง 12 จุด ทำให้สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่ายังไม่ดีขึ้น ค่ามลพิษยังอยู่ในระดับทรงตัวใกล้เคียงกับเมื่อวาน โดยที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ พื้นที่ตำบลสุเทพ ตำบลศรีภูมิ และพื้นที่ตำบลช้างเผือก อยู่ในระดับ 84-126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินจุดวิกฤต มีผลกระทบต่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่ต้องระดมออกฉีดพ่นละอองน้ำตามพื้นที่ชุมชน โรงพยาบาล โรงเรียน แหล่งท่องเที่ยว และตามรอบคูเมืองเชียงใหม่ เพิ่มความชื้น และลดหมอกควันในอากาศ ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือพบจุดความร้อนทั้งสิ้น 679 จุด มากสุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 378 จุด รองลงมาพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 120 จุด และจังหวัดเชียงราย 57 จุด ที่เทศบาลตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ โดยขอให้ประชาชนช่วยกันงดเผาป่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ให้บูรณาการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะต้องทำให้สถานการณ์ดีขึ้นภายใน 7 วันเพื่อให้การแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุมชนให้ความมั่นใจว่าจะร่วมกันเฝ้าระวัง สอดส่องร่วมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อลดจุดที่เกิดการเผาไหม้ในพื้นที่ให้มากที่สุด โอกาสนี้ยังได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานไฟป่า ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว บริเวณบ้านถ้ำ ตำบลเชียงดาว พร้อมตรวจเยี่ยมการทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไฟป่า และมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติ มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค อาหาร น้ำ หน้ากากอนามัย รวมทั้งอุปกรณ์ดับไฟป่า เช่น ไม้ตบ คราด เครื่องเป่าลม ถังน้ำสะพายหลังพร้อมสายฉีดสำหรับระงับไฟป่า นายกรัฐมนตรีได้ฝากข้อความมาให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า และขอให้มุ่งมั่นในการแก้ปัญหาให้สำเร็จ หากต้องการอุปกรณ์ใดให้ร้องขอ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ในส่วนของการจับกุมผู้ลักลอบเผาป่าใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ขณะนี้สามารถจับกุมได้เกือบ 200 ราย ขณะที่อำเภอเชียงดาว จับได้แล้ว 6 ราย